0

ดูแลเหงือกให้ดี ก่อนต้องเจอกับโรคปริทันต์

ดูแลเหงือกให้ดี ก่อนต้องเจอกับโรคปริทันต์

โรคปริทันต์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า โรคเหงือกอักเสบ ซึ่งจริงๆ แล้วโรคนี้ไม่ได้มีแค่การอักเสบที่เหงือกเท่านั้น แต่เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับอวัยวะรอบๆ ฟัน เช่น เหงือก , กระดูกเบ้าฟัน , เอ็นยึดปริทันต์ และผิวรากฟันด้วย

จะรู้ได้อย่างไร ว่าเหงือกอักเสบ

อาการเริ่มแรกที่เราสังเกตได้คือ จะมีเลือดออกจากเหงือกง่ายกว่าปกติ เหงือกจะมีสีแดงจัดและบวม เหงือกจะบวมไม่แนบสนิทกับตัวฟัน จะมีเลือดออกทุกครั้งที่แปรงฟัน หรือกัดอาหาร ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เหงือกเป็นหนอง ฟันโยกมากกว่าปกติ และไม่สะดวกในการเคี้ยวอาหาร โดยอาการต่างๆ นั้นจะเปลี่ยนและหนักหน่วงตามระยะที่เป็น

โรคเหงือก แบ่งออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน

1. เหงือกอักเสบ คือระดับแรกของโรคเหงือก ซึ่งอาจสังเกตได้ว่ามีเลือดออกขณะแปรงฟัน หรือขณะใช้ไหมขัดฟัน

2. ปริทันต์ หรือโรคเหงือกอักเสบ ในระยะที่สองนี้ กระดูกและเส้นใยรองรับที่ยึดฟันได้รับความเสียหายอย่างถาวร เหงือกอาจจะเริ่มมีร่องลึกที่ใต้ร่องเหงือก ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเศษอาหารและคราบเชื้อแบคทีเรีย

3. ปริทันต์ หรือโรคเหงือกอักเสบขั้นร้ายแรง ระยะสุดท้ายนี้ เส้นใยและกระดูกที่รองรับฟันถูกทำลายสามารถเป็นเหตุให้ฟันโยกหรือหลวม ภาวะนี้อาจส่งผลต่อการเคี้ยวอาหาร ถ้าทำการรักษาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น อาจต้องถอนฟันออกในระยะนี้

โรคปริทันต์ สามารถแบ่งเป็นขั้นตอนการรักษาได้ดังนี้

1. การรักษาจะต้องมีการขูดหินปูน และการเกลารากฟันร่วมด้วย โดยขูดทั้งบนตัวฟันและส่วนที่อยู่บนผิวรากฟันภายในร่องเหงือก ส่วนการเกลารากฟันนั้น คือการทำให้ผิวรากฟันเรียบเพื่อให้เนื้อเยื่อเหงือกสามารถกลับมายึดแน่นติดกับฟันได้เหมือนเดิม ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้ง

2. หากทำการรักษาไปแล้วประมาณ 4-6 สัปดาห์ หากยังมีร่องสึกของเหงือกอยู่หรือมีการละลายของกระดูกไปมาก อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดเหงือกเข้าร่วมด้วย

3. จะต้องทำความสะอาดฟันและซอกฟันอย่างถูกวิธี และสม่ำเสมอ โดยจะต้องใช้แปรงและไหมขัดฟันทุกวัน เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ให้หมด

4. พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจดูว่ามีคราบจุลินทรีย์และหินปูนหลงเหลืออยู่หรือไม่ เพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

5. กรณีที่เป็นมากๆ ถึงขั้นร้ายแรง การรักษาเบื้องต้นนั้นอาจไม่ได้ผล ส่วนใหญ่ทันตแพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดทำการยกเหงือกเพื่อที่จะดูการลุกลามไปที่รากฟันหรือกระดูก และทำการกำจัดจุลินทรีย์ออกจากบริเวณกระดูกฟัน

หากพบว่าตนเองเริ่มมีอาการเบื้องต้น อาจเจ็บเหงือกเพียงเล็กน้อยเวลาแปรงฟัน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนก็ได้ว่าอาจจะเป็นสัญญาณเบื้องต้นของโรคเหงือกอักเสบ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้ลุกลาม ควรป้องกันแต่เนิ่นๆ โดยการรักษาสุขภาพปากและฟันอย่างถูกวิธี

Comments are closed.