Comments Off on คิดจะจัดฟันต้องเริ่มต้นอย่างไร

คิดจะจัดฟันต้องเริ่มต้นอย่างไร

คิดจะจัดฟันต้องเริ่มต้นอย่างไร

กระแสการจัดฟันยังคงเป็นแฟชั่นที่วัยรุ่นให้ความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลายเลยจริงๆ ยิ่งการจัดฟันสมัยนี้ มีราคาที่ถูกลง มีการผ่อนจ่ายเป็นงวด ไม่จำเป็นต้องจ่ายเป็นก้อนทีเดียว ก็ยิ่งทำให้วัยรุ่นยุคใหม่มักจะมีเหล็กดัดฟันติดตัวกันแทบจะทุกคน เรียกว่าเป็นค่านิยมยอดฮิตที่นอกจากจะช่วยให้ผู้ทำรู้สึกมั่นใจมากขึ้นแล้ว ยังมีประโยชน์ในเรื่องของการช่วยจัดระเบียบโครงสร้างฟันในปากเรา ช่วยปัญหาการบดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้นเมื่อจัดเสร็จแล้ว พร้อมทั้งยังช่วยสร้างนิสัยการดูแลทำความสะอาดฟันที่ดีให้แก่ตัวท่านเองด้วย เพราะเมื่อจัดฟันแล้ว เราจำเป็นจะต้องแปรงฟันบ่อยขึ้น และแปรงฟันให้ดูวิธีมากขึ้นด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งในข้อดีๆ หลายๆ ข้อของการจัดฟัน หากตอนนี้ใครที่กำลังคิดจะไปจัดฟัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นจากแหล่งอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ต่างๆ และควรสอบถามจากคนใกล้ตัวที่จัดฟันอยู่ เพราะการจัดฟัน จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเราหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน การดูแลสุขภาพช่องปาก รวมทั้งเปลี่ยนโครงหน้าของเราด้วย เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่จัดฟันเสร็จจะมีใบหน้าที่เรียวขึ้น เพราะการจัดฟันจะไปช่วยปรับโครงสร้างฟันและขนาดของขากรรไกรลงได้ และเมื่อเราสอบถามจากคนรอบข้าง ค้นคว้าหาข้อมูลเสร็จแล้ว การเลือกคลินิกที่จะจัด ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างแรงคือต้องเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ทั้งเรื่องคุณภาพและราคา สถานที่ตั้งควรอยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก หรืออยู่ใกล้แหล่งคมนาคมที่สะดวกด้วย เพื่อเป็นการเซฟเวลา เซฟเงินของตัวคุณเองในการมาพบแพทย์เกือบทุกเดือน เมื่อเลือกสถานที่ได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปให้เลือกประเภทของการจัดฟัน แต่บอกไว้ก่อนเลยว่า การจัดฟัน ไม่ว่าจะประเภทไหนส่วนใหญ่จะให้ผลการจัดที่ดีทั้งนั้น การจะเลือกประเภทไหนขึ้นอยู่กับปัญหาการเรียงตัวของฟันในช่องปาก และพึงพอใจของตัวท่านเอง รวมทั้งเงินกระเป๋าของท่านด้วย เพราะแต่ละชนิดก็ถูกแพงต่างกันค่อนข้างมาก บางคนอยากจัดฟันเพราะมีปัญหาเรื่องฟันห่าง แต่ไม่อยากให้ใครเห็นว่าจัดฟัน ก็สามารถจัดฟันแบบใสได้ ซึ่งก็มีราคาแพงกว่าปกติ ส่วนบางคนแค่อยากจัดฟันตามกระแสความนิยม อยากจะยิ้มมีเหล็กให้หน้าดูแบ๊วๆ ก็สามารถเลือกเป็นการจัดฟันแบบโลหะด้านนอก ที่จะโชว์เหล็กและมีราคาไม่แพงเท่าไหร่นัก

 

เมื่อเลือกประเภท เลือกสถานที่ ค้นคว้าหาความรู้เรียบร้อยแล้ว เราก็อย่ารอช้าอยู่เลยค่ะ มีคลินิกดีๆ มีบริการครบวงจรไว้รอคุณมากมาย

Comments Off on รู้หรือไม่การจัดฟันแฟชั่นอันตราย

รู้หรือไม่การจัดฟันแฟชั่นอันตราย

Posted August 20th, 2016 in บทความจัดฟัน by admin

                             รู้หรือไม่การจัดฟันแฟชั่นอันตราย

      ในปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่น จะมองว่าการจัดฟันเป็นแฟชั่น แต่แท้ที่จริงแล้วการจัดฟันคือการรักษาอาการผิดปกติของการจัดเรียงตัวฟัน ซึ่งจะต้องทำการจัดฟันโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะการจัดฟันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในปัจจุบันนี้มีการจัดฟันแฟชั่นเกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งแบบจัดในคลินิกเถื่อน ในร้านเสริมสวย หรือแม้กระทั่งซื้อเครื่องมือมาติดตั้งเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการจัดฟันแฟชั่นนั้นอันตรายมาก โดยเฉพาะการจัดฟันกับผู้ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์โดยตรง อาจเป็นเพราะปัจจัยหลายอย่างจึงทำให้คนหันมาสนใจการจัดฟันแฟชั่น โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น เช่น สะดวกสบาย ใช้เวลาน้อย ไม่ต้องไปพบทันตแพทย์ทุกเดือน และที่สำคัญค่าใช้จ่ายถูกกว่าการจัดฟันจริงมาก ซึ่งเป็นสิ่งจูงใจให้เด็กๆวัยรุ่นที่ยังไม่มีรายได้ไปจัดกัน

อันตรายที่เกิดจากการจัดฟันแฟชั่นได้แก่

1.ลวดจัดฟันที่ใช้จัดฟันแฟชั่นกัน มีลักษณะเป็นลวดสแตนเลตซึ่งมีสารปนเปื้อนหลายชนิดเช่น สารตะกั่ว สารปรอท สารหนู สารโครเมียม ซึ่งล้วนแต่เป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งนั้นซึ่งถ้าสารเหล่านี้เข้าไปสะสมในร่างกายมากๆ หรือเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิด ไตวาย ได้

2.ลวดที่ใช้ในจัดฟัน ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐานเพราะไม่ใช่เครื่องมือของทันตแพทย์ เวลาที่ลวดเกี่ยวปาก หรือทิ่มกระพุ้งแก้มจนเป็นแผล จะทำให้แผลติดเชื้อได้

3.ยางจัดฟัน ที่ไม่ได้มาตราฐานพอเข้าไปอยู่ในปาก จะทำให้สารเคมีต่างๆที่อยู่ในยาง ค่อย ๆละลายเข้าไปสะสมในร่างกายเราได้

4.ขั้นตอนการทำไม่ได้มาตรฐาน การจัดฟันจากร้านเสริมสวยหรือจัดเองที่บ้าน อาจมีการฆ่าเชื้ออุปกรณ์ต่างๆไม่สะอาดเพียงพอ

5.อันตรายจากการติดเครื่องมือจัดฟันเอง หรือ ผู้ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ติด สารยึดเครื่องมือที่ใช้ติดได้ไม่แน่นพอ อาจทำให้เครื่องมือหลุดเข้าคอ ซึ่งเป็นอันตรายได้

6.เปลี่ยนฟันสวยให้เป็นฟันเสีย เพราะเครื่องมือและยางจัดฟันที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการดึงแรงมากเกินไป ส่งผลให้ฟันเปลี่ยนตำแหน่งไปจากเดิมได้

7.อาจต้องถอนฟันทิ้ง เพราะการติดตั้งเครื่องมือจัดฟันดึงฟันเองทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของฟันหากฟันมีการขยับโดยใช้แรงดึงที่มากเกินไป อาจจะทำให้ฟันตายได้

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีข่าวเกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นจัดฟันแฟชั่นแล้วติดเชื้อในกระแสเลือดเสียชีวิตไปแล้ว หลายราย ถึงแม้ว่าการจัดฟันจริงโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ และความปลอดภัยในการจัดสูง ถือว่าคุ้มค่ามากนะคะ

 

Comments Off on การจัดฟันแบบดามอน (Damon System)

การจัดฟันแบบดามอน (Damon System)

Posted August 16th, 2016 in บทความจัดฟัน by admin

การจัดฟันแบบดามอน (Damon System)

การจัดฟันแบบดามอน (Damon System) คือ การจัดฟันที่ใช้กลไกการสไลด์เพื่อจับลวดจัดฟันในขณะจัดฟัน ทำให้การจัดฟันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเกิดแรงเสียดทานน้อย และใช้แรงในการยึดเพียงเล็กน้อยกับตัวฟัน เราจึงรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองน้อยกว่า

การจัดฟันชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยางยึดลวดให้ติดตัวฟัน จึงดูแลรักษาทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ซึ่งปัญหาสำหรับคนจัดฟันส่วนใหญ่คือ มีคราบหรือหินปูนติดยางยึดฟัน

 

ข้อดีของการจัดฟันแบบดามอน คือ

1. มีกลไกล็อกลวดแบบในตัว ไม่ต้องใช้ยางยึดติดกับฟัน ช่วยลดการระคายเคืองเนื้อเยื่อในช่องปาก มีความฝืดต่ำทำให้เวลาเคลื่อนฟันเจ็บน้อยลง

2. ใช้ระยะเวลาในการจัดฟันให้เข้าที่ได้เร็วขึ้นให้แรงนุ่มนวล ต่อเนื่อง ใช้แรงดึงน้อย ไม่เจ็บฟัน

3. ไม่ต้องถอนฟันก่อนจัดโดยถ้าหากไม่จำเป็นแต่บางกรณีอาจต้องถอน เช่นฟันซ้อน ฟันเยอะเกินไป

4. ไม่ต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อเปลี่ยนยางทุกเดือนเหมือนจัดฟันแบบอื่น โดยมีการนัดที่ห่างกว่า ประมาณ 10 สัปดาห์หรือ 2 เดือนครึ่ง

5. สามารถเลือกเครื่องมือที่ติดฟันแบบใสได้

ข้อเสียของการจัดฟันแบบดามอน คือ

1. มีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกับผู้ที่มีปัญหาช่องปากเยอะ

2. อาจจะไม่ค่อยถูกใจสำหรับคนรักแฟชั่นเท่าไหร่นัก เพราะการจัดฟันแบบดามอน ไม่ได้ใส่ยาง

จึงไม่ได้เลือกสียางสวยๆใส

3. เวลารับประทานอาหารหรือแปรงฟันจะค่อนข้างลำบาก เพราะติดเหล็กเศษอาหารอาจจะเข้าไปติดดัดฟัน การทำความสะอาดก็ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเหล็กที่ใช้ดัดฟันมีความซับซ้อน

การจัดฟันจะได้ผลตามที่ต้องการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัดหรือไม่ หากเราละเลย ไม่ใส่ใจ การจัดฟันแบบใดก็ไม่ได้ผลนะคะ

Comments Off on การดูแลตัวเองหลังจากรักษารากฟัน

การดูแลตัวเองหลังจากรักษารากฟัน

การดูแลตัวเองหลังจากรักษารากฟัน

 

การรักษารากฟันเราทำเพื่อเก็บรักษาฟันไว้ใช้งานได้ต่อไป ดีกว่าการใส่ฟันปลอม เพราะเป็นฟันจริงเพียงแต่เราอาจจะเหลือเนื้อฟันไม่เต็มซี่ ทันตแพทย์จึงเสริมทดแทนที่เนื้อฟันที่หายไปด้วยวัสดุที่เข้ากับฟัน ทำให้รู้สึกฟันแน่นมั่นคงแข็งแรงกว่าฟันปลอม และให้ความรู้สึกที่ดีกว่า

 

การรักษาคลองรากฟันเป็นการรักษาที่ต้องทำต่อเนื่อง ตามกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม หากเราไม่มารักษาตามนัด การรักษาอื่นๆ ก็ไม่สามารถทำต่อไปได้

 

หลังการรักษารากฟัน เราควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษารากฟันเป็นไปในทางที่ดี และมีประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

 

การปฏิบัติตัวหลังจากรักษารากฟัน

1.ดูแลทำความสะอาดซี่ฟันตามปกติ

2.ในระยะแรกงดการทานอาหารที่แข็งและเหนียว ควรทานอาหารอ่อน เพื่อให้ฟันที่รักษารากฟื้นตัวก่อน หลังจากนั้นก็ทานอาหารได้ตามปกติ แต่ไม่ควรใช้ฟันกัด แทะ ของแข็ง เช่น น้ำแข็ง ฝาน้ำอัดลม เพื่อป้องกันการเสียหายของตัวฟันและรากฟัน ควรใช้ฟันเคี้ยวอาหารทั้งสองข้าง ไม่ควรใช้ด้านใดด้านหนึ่ง

3.ต้องคอยเฝ้าระวังหากเกิดอาการผิดปกติของฟันที่รักษาราก ควรรีบไปพบทันตแพทย์ทันที เช่น หากฟันที่อุดไว้เกิดเป็นหลุม หรือ มีอาการบวมอักเสบของเหงือก

 

เราควรระมัดระวังในการใช้งานซี่ฟันที่รักษารากให้ดี เพราะปริมาณเนื้อฟันที่เหลือน้อยลง จะทำให้ฟันอ่อนแอและเปราะมากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรักษาความสะอาดให้ดีและเพียงพอ เพราะถ้าหากเราละเลยที่จะทำความสะอาดช่องปากและปล่อยให้ช่องปากกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อโรค นอกจากช่องปากเราจะไม่สะอาดแล้ว ยังส่งผลต่อระบบการทำงานต่างๆภายในร่างกายอีกด้วย

 

การรักษารากฟันนั้นจะอยู่ได้นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของตัวเราเอง ถ้าเราอยากให้รากฟันที่เรารักษาอยู่ได้นาน ก็ควรดูแลเอาใจใส่ และทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาพบทันตแพทย์ตามนัดทุกครั้ง หรือ ทุกๆ 6 เดือน เพื่อการรักษาที่ดีอย่างต่อเนื่อง

 

Comments Off on ฟันปลอมอยู่ได้นานเท่าไหร่ นานไหมกว่าเราจะชิน

ฟันปลอมอยู่ได้นานเท่าไหร่ นานไหมกว่าเราจะชิน

                                               ฟันปลอมอยู่ได้นานเท่าไหร่ นานไหมกว่าเราจะชิน

 

หลายคนคงสงสัย ว่าคนที่ใส่ฟันปลอมนั้นรู้สึกอย่างไร ที่ต้องคอยถอดเข้าเมื่อใช้ แล้วถอดออกเมื่อนอน

ทำยังไงให้รู้สึกไม่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน แล้วเราต้องใช้เวลาเท่าใดจึงจะคุ้นเคยกับฟันปลอมล่ะ

วันนี้เราจะมาบอกการใช้ฟันปลอมให้ไม่เป็นอุปสรรคกันนะคะ

ฟันปลอมใหม่ เมื่อเราเพิ่งเริ่มใส่อาจทำให้รู้สึกแปลกและไม่สบายในช่วงวันแรกๆ สัปดาห์แรกๆ หรือบางคนอาจเจะต้องใช้เวลาป็นเดือน เพื่อทุความคุ้นชิน การรับประทานอาหารและการพูดเมื่อใส่ฟันปลอมอาจจะต้องใช้เวลาในการฝึกเล็กน้อย ความรู้สึกเกะกะ เทอะทะ หรือหลวมก็เป็นสิ่งที่พบได้บ่อย สำหรับปัญหาการใส่ฟันปลอม ซึ่งหากเราฝึกพูดในขณะที่ใส่ฟันปลอม ฝึกกินอาหาร เคี้ยวอาหารด้วยฟันปลอมบ่อยๆ กล้ามเนื้อของแก้มและลิ้นของเรา ก็จะค่อยๆ ทำความคุ้นเคยในการประคองฟันปลอมไว้ เริ่มรู้จังหวะการบดเขี้ยว การมีน้ำลายไหลออกมา จนเหลือเพียงแค่ความรู้สึกว่าลิ้นคับปาก หรืออาการระคายเคืองเล็กน้อย ก็ไม่เป็นสิ่งแปลกเช่นกัน เพราะเมื่อเราฝึกใช้ฟันปลอมสักพัก เราก็จะรู้สึกคุ้นชินและใช้ฟันปลอมได้อย่างไม่มีอุปสรรค แต่ถ้าหากถ้าคุณมีอาการระคายเคืองมาก หรือ นานแล้วแต่ยังรู้สึกว่าการใส่ฟันปลอมเป็นอุปสรรคมาก ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบฟันปลอม

ฟันปลอมสามารถอยู่ได้นานเท่าไหร่

เมื่อเราใส่ฟันปลอมไปได้สักระยะหนึ่ง  ฟันปลอมของคุณจะต้องมีการปรับ ทำใหม่ หรือเปลี่ยนฐาน ขึ้นอยู่กับลักษณะการสวมใส่ การเปลี่ยนฐานคือการทำฐานฟันปลอมใหม่โดยที่ยังคงตัวฟันไว้อยู่ นอกจากนี้ เมื่อเราอายุมากขึ้น ปากของเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ฟันปลอมหลวม ทำให้การเคี้ยวอาหารลำบาก และระคายเคืองเหงือก อย่างน้อยคุณควรพบทันตแพทย์ทุกปีเพื่อทำการตรวจฟันปลอมให้เหมาะสมกับปากเรา

และตรวจสุขภาพช่องปากด้วย ถึงแม้เราจะไม่มีฟันจริงอยู่แล้ว แต่เราก็ยังคงต้องรักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดเหมือนเดิม

Comments Off on ข้อดีของการจัดฟัน

ข้อดีของการจัดฟัน

Posted July 21st, 2016 in บทความจัดฟัน by admin

จัดฟันดียังไง ทำไมใครๆ ก็ทำ

แม้ว่า การจัดฟัน มักจะถูกมองภาพรวมว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุ เป็นเพียงแค่สิ่งที่วัยรุ่นฮิตและเห่อทำตามๆ กันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การจัดฟัน เป็นสาขาหนึ่งทางทันตกรรมที่รักษาความผิดปกติของการเรียงตัวของฟันให้มาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม แก้ปัญหาการสบฟัน และช่วยให้การบดเคี้ยวอาหารทำได้ดีขึ้น รวมทั้งยังสามารถปรับโครงสร้างใบหน้า สำหรับผู้ที่มีปัญหา คางยื่น, หน้าอูม นอกจากนี้ยังมีข้อดีของการจัดฟันอีกมากมาย วันนี้เราลองมาดูกันเลยดีกว่า

  1. เพื่อสร้างบุคลิกภาพที่ดีและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ตัวเอง เพราะในปัจจุบันบุคลิกภาพภายนอกถือว่าสำคัญต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเข้าทำงาน การพบปะผู้คน การดำเนินชีวิตประจำวัน ผู้ที่มีรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจจะสร้างความโดดเด่นให้แก่ตัวเอง สามารถเข้าสังคมได้ง่าย ดูน่าเชื่อถือและน่าคบหาอีกด้วย
  2. สร้างนิสัยที่ดีในการดูแลช่องปากให้ตัวเอง เพราะการจัดฟันจะทำให้เรามีระเบียบและติดนิสัยในการดูแลความสะอาดของฟัน แม้จะถอดเหล็กออกแล้ว บางคนยังติดนิสัยต้องแปรงฟันหลังทานอาหารทุกครั้งอยู่เลย
  3. ลดปัญหากลิ่นปาก ในผู้ที่มีปัญหาแปรงฟันไม่ถั่วถึง แปรงเสร็จแล้วแต่ยังจะมีเศษอาหารตกค้าง ก็มักจะมีปัญหากลิ่นปากตามมาด้วย การจัดฟันจะช่วยให้ฟันเข้าที่เข้าทาง และสามารถแปรงฟันได้สะอาดทุกซีก ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการจะเกิดฟันผุในอนาคตได้ด้วย
  4. การเคี้ยวอาหารจะทำได้ดีกว่าเดิม สำหรับผู้ที่ปัญหาฟันสบ รวมทั้งในบางคนการดัดฟันยังช่วยให้พูดชัดขึ้นด้วย
  5. ในบางรายการจัดฟัน ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน เพราะการจัดฟันไม่ได้ทำให้หน้าเล็กลงเหมือนการศัลยกรรม แต่เป็นการไปจัดระเบียนฟันให้เข้าที่ ลดการยื่นของกระดูกขากรรไกรลง ทำให้บางรายดูหน้าเรียวขึ้นได้
  6. การจัดฟัน เป็นการปรับเปลี่ยนนิสัยการกินของเราใหม่ บางคนผอมลงอย่างมาก ในช่วงจัดฟันแรกๆ เพราะเมื่อจัดฟันแล้ว คุณจะกินอะไรเหมือนเดิมไม่ได้ การใช้ฟันกัดอะไรแรงๆ ไม่สามารถทำได้ ซึ่งนั้นอาจจะเป็นการสร้างนิสัยที่ดีใหม่ๆ ให้กับตัวคุณเองก็ได้

มีข้อดีมากมายขนาดนี้ ใครที่กำลังตัดสินใจไป จัดฟัน คงจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะการ จัดฟัน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค้า ช่วยให้คุณพร้อมรับทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะต้องพกความมั่นใจไปแค่ไหน ยิ้มสวยด้วยฟันสวยก็สร้างบุคลิกที่มาดมั่นให้แก่คุณได้

 

 

Comments Off on จัดฟันดีอย่างไร

จัดฟันดีอย่างไร

Posted July 16th, 2016 in บทความจัดฟัน by admin

จัดฟัน..ดีอย่างไร ทำไมถึงต้องจัด

ในปัจจุบันการจัดฟันกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น การจัดฟันจัดกันเพื่ออะไร

เพื่อแฟชั่นหรือเพื่อประโยชน์ในด้านใดนั้น    วันนี้เรามาทำความรู้จักการจัดฟันกันค่ะ

    การจัดฟัน คือ ทันตกรรมที่แยกเฉพาะทางออกมาเพื่อวินิจฉัย ป้องกัน แก้ไขและรักษาความผิดปกติของการขึ้นของฟัน  ให้ขึ้นอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสมและ สามารถบดเคี้ยวได้ดี  โดยการรักษานั้นจะเป็นการใช้เครื่องมือจัดฟันเพื่อช่วยรักษาการเรียงตัวของฟันให้เข้ารูปและการสบฟันผิดปกติ ดูไม่สวยงาม ดูไม่เป็นระเบียบ บดเคี้ยวไม่สะดวก  และปัญหาโครงสร้างและรูปร่างของใบหน้า เช่น หน้าอูม คางยื่น ให้มีโครงสร้างและรูปร่างใบหน้าที่ดีและสวมงามขึ้น ซึ่งเครื่องมือจัดฟันที่ใช้จะช่วยเคลื่อนฟันไปยังตำแหน่งที่เหมาะสมได้ เพื่อประโยชน์ในด้านสุขภาพช่องปากและฟัน และเพื่อบุคลิกภาพที่ดีขึ้นของผู้จัด

จัดฟันจัดช่วงไหนดีที่สุด……..

การจัดฟัน สามารถทำได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ แล้วแต่ความพร้อมของแต่ละคน แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 10-14 ปี เนื่องจากร่างกายกำลังเจริญเติบโต ฟันจึงเคลื่อนที่ได้ง่ายกว่าช่วงวัยอื่น

 จัดฟันแล้วกรามเล็กลง จมูกโด่งขึ้นจริงหรือไม่….

การจัดฟันสามารถทำให้กรามเล็กลงได้ในเนื่องจากรูปฟันเข้าที่ รูปหน้าจึงเรียวลง และฟันที่เคยยื่นออกมา

ถูกจัดเข้าไปตามรูป จึงทำให้รู้สึกว่าจมูกโด่งขึ้น

การจัดฟันควรอยู่ในความดูแลของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรทำด้วยตัวเองหรือให้ผู้อื่นที่ไม่มีความรู้และไม่ใช่ทันตแพทย์เป็นผู้ทำ นอกจากจะอันตรายแล้ว ฟันอาจจะยิ่งผิดรูปกว่าเดิม ดังนั้นควรไปพบทันตแพทย์นะคะ

การใส่เครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่นและวิธีปฏิบัติหลังรับการจัดฟัน

Posted June 10th, 2012 in บทความจัดฟัน by admin

การใส่เครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่นไปกับผิวของฟันนั้นผู้ป่วยอาจต้องเรียนรู้วิธีการไขสกรูที่เครื่องมือจัดฟัน เนื่องจากบางตำแหน่งในการจัดฟันทันตแพทย์จะแนะนำวิธีไขสกรูที่เครื่องมือเพื่อให้เครื่องมือขยายออก ผู้ป่วยควรไขสกรูตามที่ทันตแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด และถ้าหากลืมไขสกรูเช่นลืมไขมา 2 วันก็ห้ามไขเพิ่มจำนวนย้อนหลังเพราะการไขสกรูถี่เกินไปซึ่งจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพช่องปากได้และหยุดเมื่อครบจำนวน การจดบันทึกการไขสกรูไว้จะช่วยเตือนความจำได้ดีเหมือนการรับประทานยาผู้ป่วยควรมีวินัยในการดูแลตัวเองเพื่อผลการรักษาที่ดี เมื่่อเริ่มไขสกรูแรกๆอาจมีอาการแน่นบริเวณขากรรไกรบนหรือจมูก แต่เมื่อเวลาผ่านไปขากรรไกรจะค่อยขยายออก อาจมีช่องว่างตรงกลางระหว่างฟันหน้าบนแต่ไม่ต้องกังวลว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นเพราะช่องนี้จะค่อย ๆ ปิดเองใน 2-3 เดือน หลังจากนั้นผู้ป่วยควรรักษาความสะอาดของเครื่องมือด้วยการบ้วนปากหรือแปรงฟันหลังอาหารทุกครั้งเพื่อกำจัดเศษอาหาร หากเป็นเครื่องมือถอดได้ควรถอดเครื่องมืออกมาทำความสะอาดทุกครั้งหลังอาหาร ยางแยกฟันใช้ในการเตรียมฟันเพื่อใส่เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่น โดยยางจะค่อย ๆ ดันฟันหลังซึ่งปกติจะอยู่ชิดกันแน่นให้หลวมขึ้น เพื่อเป็นที่อยู่ของแหวนจัดฟันหรือแบนด์เมื่อเริ่มใส่ยางแยกฟัน จะรู้สึกแน่น ๆ เหมือนมีเศษอาหารติด เวลากัดฟันอาจรู้สึกว่ากัดโดนยาง ถ้าหากมีอาการปวดหรือรู้สึกแน่นๆตึงๆมากให้รับประทานยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอลได้และควรงดรับประทานอาหารที่แข็งและเหนียวเพราะจะทำให้ปวดมากกว่าเดิมถ้าอาหารเคี้ยวยากอาการปวดจะบรรเทาลง ใน 2-3 วัน และอีกข้อที่สำคัญการหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารเหนีวช่วงนี้เป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุดเพราะถ้ารับประทานเข้าไปอาหารก็จะทำให้ยางแยกฟันหลุดออกและเลี่ยงการใช้ไหมขัดฟันบริเวณนี้ชั่วคราวเพราะยางจะหลุดได้ หากยางแยกฟันหลุดเกินกว่า 3 วันก่อนวันให้ไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการใส่ยางแยกฟันอีกครั้ง เพื่อผลการรักษาทำฟันที่ดี

จัดฟันได้ฟันก็ยังถูกทำความสะอาดอยู่เสมอ

Posted June 5th, 2012 in บทความจัดฟัน by admin

ก่อนที่จะเริ่มใส่เครื่องมือจัดฟันได้ฟันก็ยังถูกทำความสะอาดอยู่เสมอไม่ต้องมีการถอดเครื่องมือจัดฟันผู้ป่วยควรได้รับการตรวจเบื้องต้นตั้งแต่อายุ 7-8 ปี ปัญหาส่วนใหญ่ เช่น ฟันห่าง ฟันซ้อนเก หมอจัดฟันจะให้รอดูไปก่อน อาจยังไม่ต้องจัดฟันทันที โดยจะรักษาแต่ปัญหาที่รุนแรงที่มีผลต่อการเติบโต ซึ่งหมอจัดฟันก็จะแนะนำให้จัดฟันบางส่วนบางซี่ไปก่อนเช่น จัดฟันหน้าล่างที่คร่อมฟันหน้าบนเพื่อลดการกระแทกที่จะทำให้คางยื่นมาข้างหน้า หรือ จัดฟันหน้าที่ยื่นเหยินมาก การจัดฟันแบบจัดเต็มรูปแบบทั้งปากก็มักถูกเริ่มขึ้น แต่จะช้าเร็วกว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะและปัญหาของผู้ป่วยแต่ละรายด้วย แต่กรณีเช่นคนที่มีคางซึ่งเป็นช่วงที่หยุดโตแล้วนั่นเองควรไปหาหมอจัดฟันทุก 4-6 สัปดาห์ ตามที่หมอจัดฟันนัด และก็ต้องไปพบหมอฟันเพื่อทำความสะอาดฟัน ตรวจฟันผุทุก 6 เดือนด้วย ตามปกติเครื่องมือจัดฟันจะติดแน่นอยู่ในปากเราประมาณ 2-3 ปี แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความรุนแรงและการเติบโตของขากรรไกร อีกปัจจัยที่สำคัญมาก ๆ หลังจากที่วางแผนการรักษา อุดฟันผุ ขูดหินปูน และรักษาเหงือกเสร็จแล้ว คุณหมอก็จะเริ่มจัดฟันให้ และหลังจากนี้เป็นต้นไปก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องเป็นคนดูแลเหงือกและฟันและเครื่องมือจัดฟันที่คุณหมอใส่ให้  ให้อยู่ในสภาพดีไม่เสียหายจนต้องมาทำใหม่ ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ

ยางแยกฟันใช้ในการเตรียมฟันเพื่อใส่เครื่องมือจัดฟัน

Posted June 4th, 2012 in บทความจัดฟัน by admin

ยางแยกฟันใช้ในการเตรียมฟันเพื่อใส่เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่น โดยยางจะค่อย ๆ ดันฟันหลังซึ่งปกติจะอยู่ชิดกันแน่นให้หลวมขึ้น เพื่อเป็นที่อยู่ของแหวนจัดฟันหรือแบนด์ (Band) เมื่อเริ่มใส่ยางแยกฟัน จะรู้สึกแน่น ๆ เหมือนมีเศษอาหารติด เวลากัดฟันอาจรู้สึกว่ากัดโดนยางเพราะส่วนหนึ่งของยางแยกฟันอยู่บนด้านสบฟัน

ถ้ามีอาการปวดหรือแน่นมาก สามารถ ทานยาแก้ปวด เช่น Paracetamol ได้ และการเคี้ยวอาหาร (ที่ไม่เหนียว) ในช่วงแรก ๆ จะกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตที่ปลายรากฟัน ช่วยบรรเทาอาการแน่นหรือปวดได้ อาการปวดจะบรรเทาลง ใน 2-3 วัน ควรเลี่ยงอาหารเหนียวที่จะติดและดึงยางแยกฟันออกคือตอนนี้เราใส่ยางแยกฟันอยู่  ไปใส่มาตอนวันอาทิตย์ช่วงบ่ายๆๆพร้อมถอนฟันสองซี่  กับมากินข้าวตามปกติ  พอวันจันทร์ก็กินส้มตำไก่ย่างตามปกติแต่แสบที่แผลถอนฟันหน่อยๆๆ  พอตกตอนเย็นเท่านั้นแหละ

ความปวดจากการใส่ยางยางฟันก็มาเยือน แบบกินอะไรไม่ได้เลยนอกจากน้ำแกง  มาวันนี้วันพฤหัสแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะหาปวดเลยค่ะ  วันอาทิตย์หมอนัดไปติดเครื่องมือแล้ว  ถ้าใส่แบร์ดแล้วจะยิ่งปวดเข้าไปอีกรึเปล่าคาะ  เลยอยากถามเพื่อนๆๆที่เคยใส่ยางแยกฟันว่าปวดกันกี่วันค่ะ และเลี่ยงการใช้ไหมขัดฟันบริเวณนี้ชั่วคราวเพราะยางจะหลุดได้ หากยางแยกฟันหลุดเกินกว่า 3 วันก่อนวันนัดติดแบนด์ ควรติดต่อทันตแพทย์เพื่อใส่ยางให้ใหม่