Comments Off on ยาสีฟันที่ดีทำไมต้องมีส่วนผสมของฟลูออไรด์

ยาสีฟันที่ดีทำไมต้องมีส่วนผสมของฟลูออไรด์

ยาสีฟันที่ดีทำไมต้องมีส่วนผสมของฟลูออไรด์

      ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในช่องปากส่วนใหญ่ที่ขายกันในปัจจุบัน ต่างก็มีคำโฆษณาว่า

ช่วยป้องกันฟันผุ ช่วยลดการเกิดกลิ่นปาก แต่บางคนใช้แล้วกลับฟันผุ จึงทำให้คิดว่ายาสีฟัน หรือผลิตภัณฑ์นั้นไม่ดี แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนถึงจะดี

ยาสีฟันที่ทำขายกันในปัจจุบันมีมากมายหลายชนิด แต่ในสมัยก่อน คนเถ้าคนแก่จะใช้เกลือแกงมาแปรงฟัน

ซึ่งยาสีฟันที่เราเห็นกันตามท้องตลาดก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็น ยาสีฟันสมุนไพร,ยาสีฟันสูตรเกลือ,ยาสีฟันเจล

ยาสีฟันลดคราบบุหรี่ ฯลฯ ถึงยาสีฟันจะมีมากมายหลายสูตรจนหลายคนสังสัยว่าใช้แบบไหนถึงจะดี ดังนั้นเรามีวิธีเลือกยาสีฟันที่ดีมาแนะนำกันค่ะ

การเลือกยาสีฟัน ควรเลือกตามความพอใจของแต่ละคน ว่าชอบรสไหน ชอบกลิ่นไหน เลือกได้ตามใจชอบ

แต่ควรดูส่วนประกอบของยาสีฟันสักนิด ควรเลือกแบบที่มีฟลูออไรด์ จะดีและมีประโยชน์มากเลยค่ะ

ฟลูออไรด์คืออะไร

ฟลูออไรด์มีลักษณะคล้ายเกลือชนิดหนึ่งของแร่ธาตุฟลูออรีน ที่พบได้ในตามแหล่งธรรมชาติ มีทั่วๆไปในดิน น้ำ อากาศ หินแร่ และในอาหารบางชนิดด้วย แต่มักจะพบบ่อยในเฉพาะอาหารทะเล แลอาจะในพืชผักบางชนิด

แต่ในปัจจุบัน ฟลูออไรด์สามารถพบได้ในน้ำสำหรับดื่มและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากและฟัน

ฟลูออไรด์มีประโยชน์อย่างไร

ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุฟลูออไรด์เพื่อนำไปใช้เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ฟลูออไรด์สามารถใช้เป็นยารักษาโรคกระดูกผุ และโรคกระดูกอื่นๆได้อีกหลายชนิด นอกจากนี้ฟลูออไรด์ยังเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันเราผุ

ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ดีอย่างไร

     ยาสีฟันมีหน้าที่สำคัญคือใช้ทำความสะอาดช่องปาก แต่ถ้ายาสีฟันนั้นมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ด้วยก็จะทำหน้าที่ทั้งทำความสะอาดและป้องกันฟันผุ ซึ่งฟลูออไรด์สามารถช่วยป้องกันฟันผุได้โดย

ฟลูออไรด์ในช่องปากสามารถป้องกันฟันผุ โดย

– สารฟลูออไรด์จะช่วยชะลอการเกิดการย่อยสลายของแร่ธาตุต่างๆ และยังช่วยเสริมสร้างกระบวนการคืนกลับสภาพของแร่ธาตุต่างๆที่อยู่บนผิวเคลือบฟัน จึงทำให้ยับยั้งการเกิดรอยผุของผิวเคลือบฟันได้ในช่วงระยะแรกๆ

– สารฟลูออไรด์จะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อกรดต่างๆที่จะมาทำลายผิวเคลือบฟัน จึงทำให้ไม่เกิดฟันผุ ยิ่งถ้าหากได้รับฟลูออไรด์ โดยการรับประทานในช่วงที่มีการสร้างฟัน ทำให้ฟันมีโอกาสผุยากขึ้น ดังนั้นทันตแพทย์จึงแนะนำให้ทารกที่ฟันเริ่มขึ้นไปเคลือบฟลูออไรด์นั่นเอง

Comments Off on ทำไมฟันคุดจึงต้องเอาออก

ทำไมฟันคุดจึงต้องเอาออก

                                 ทำไมฟันคุดจึงต้องเอาออก

ฟันคุด คือลักษณะฟันที่ขึ้นผิดรูป จะขึ้นมาในลักษณะ ตะแคง ขึ้นมาในแนวนอน หรือขึ้นมาในแนวเฉียง

ซึ่งฟันคุดส่วนใหญ่จะเป็นฟันกรามซี่ในสุด เราสามารถส่องกระจกและสังเกตได้ คนที่มีฟันคุดบางคนจะรู้สึกเจ็บ เพราะฟันขึ้นแนวนอนไปดันฟันข้างเคียง หรือบางคนจะไม่รู้สึกเจ็บ หลายคนจึงตั้งคำถามว่า ฟันคุดปล่อยไว้ได้ไหม

ไม่เจ็บไม่ปวด ไม่ต้องผ่าได้ไหม วันนี้เราจะมาบอกเหตุผลที่เราควรผ่าฟันคุดให้ทราบกันค่ะ

เราผ่าฟันคุดเพื่ออะไร

เหตุผลที่เราควรผ่าฟันคุดมีดังนี้ค่ะ

  1. เราผ่าฟันคุดเพื่อป้องกันอาการเจ็บปวดที่เกิดจากฟันคุด  เพราะตัวฟันซี่ที่คุดนั้นจะมีแรงผลักดัน เพื่อที่จะงอกขึ้นมาในขากรรไกร แต่ถ้าฟันคุดถูกกันไม่ให้งอกขึ้นหรือติดฟันข้างเคียงจนทำให้ไม่สามารถงอกขึ้นมาได้ จะทำให้มีแรงย้อนกลับไปกดที่เส้นประสาทของขากรรไกร ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดฟัน หรือบริเวณขากรรไกร ในบางครั้งอาจมีอาการปวดไปยังบริเวณส่วนอื่นๆของใบหน้าได้เช่นกัน เช่น ปวดหน้าหู ปวดตา ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ เป็นต้น
  2. เราผ่าฟันคุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุ ฟันคุดสามารถทำให้ฟันข้างเคียงผุได้ เพราะซอกฟันระหว่างฟันคุดกับฟันกรามซี่ที่สองที่อยู่ชิดกันนั้น เราจะทำความสะอาดได้ค่อนข้างยาก อาจจะมีเศษอาหารจะติดค้าง และสะสมอยู่จนเกิดเป็นเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฟันผุ
  3. เราผ่าฟันคุดเพื่อป้องกันการอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟัน เนื่องจากอาจจะมีเศษอาหารเข้าไปติดอยู่ใต้เหงือก ทำความสะอาดไม่ได้ สะสมจนเกิดเป็นเชื้อแบคทีเรีย และเกิดการอักเสบ ในบางรายอักเสบหนักถึงขั้นเป็นหนองไหล
  4. เราผ่าฟันคุดเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกขากรรไกรหักเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ถ้ามีฟันคุดฝังอยู่จะทำให้กระดูกส่วนขากรรไกรในบริเวณบริเวณที่มีฟันคุดนั้นบางกว่าตำแหน่งอื่น บอบบางกว่าบริเวณอ่อน ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญ เพราะถ้าหากเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดการกระทบกระทั่งส่วนนั้นแบบรุนแรง ก็จะทำให้กระดูกบริเวณส่วนขากรรไกรหักได้
  5. เราผ่าฟันคุดเพื่อป้องกันการละลายตัวของกระดูก เพราะแรงดันจากฟันซี่ที่คุดจะพยายามดันตัวขึ้นมา จะทำให้กระดูกบริเวณรอบๆรากฟัน หรือรากฟันข้างเคียงเปราะบางและอาจถูกทำลายได้
  6. เราผ่าฟันคุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเนื้องอกหรือถุงน้ำ ซึ่งถุงน้ำเหล่านี้จะทำลายฟัน และอาจเป็นหนอง

การผ่าฟันคุดนั้นไม่ใช่เพื่อความสวยงามของฟันเพียงอย่างเดียวนะคะ แต่เราผ่าเพื่อป้องกัน และรักษาอาการผิดปกติต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับฟัน เราสามารถไปพบทันตแพทยืเพื่อทำการวินิจฉัยและหาแนวทางรักษาได้ค่ะ

Comments Off on การเลือกแปรงสีฟันให้เด็กเล็ก

การเลือกแปรงสีฟันให้เด็กเล็ก

การเลือกแปรงสีฟันให้เด็กเล็ก

           การดูแลสุขภาพช่องปาก สำคัญทุกช่วงวัย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ การเลือกใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันให้เหมาะสม คือสิ่งจำเป็นสำหรัยลูกน้อย วันนี้เราจะมาแนะนำการใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันสำหรับเด็กกันนะคะ

การเลือกแปรงสีฟันสำหรับเด็กเล็ก

สมัยนี้มีแปรงสีฟันเด็กเล็กออกวางขายเยอะแยะมากมาย วิธีการเลือก เราต้องดูขนาดให้เหมาะสมกับปากเด็ก

ไม่ควรให้เด็กใช้แปรงสีฟันแบบเดียวกับผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กเล็กมีขนาดปากเล็ก ควรเลือกแปรงของเด็กให้ใช้ดีกว่า

ลักษณะแปรงสีฟันที่ดีของเด็กเล็ก

จะต้องเป็นแปรงหัวตรง ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับช่องปากของเด็ก ขนแปรงมีลักษณะนุ่มไม่แข็งและหน้าตัดเรียบ สำหรับด้ามจับควรเลือกให้มีขนาดพอเหมาะสำหรับให้เด็กจับได้ถนัดมือ  หรืออาจจะเลือกลายและสีสวยๆที่เด็กๆชอบ เพื่อจูงใจให้เด็กอยากใช้แปรงสีฟัน

การใช้แปรงสีฟันในเด็กเล็กจะเหมือนกับผู้ใหญ่คือ จะต้อง เปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ เมื่อใช้งานได้ 3 เดือน หรือเมื่อขนแปรงบานออก ถ้าไม่เปลี่ยนแปรงตามกำหนด แปรงสีฟันจะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย       แปรงสีฟันที่มีขนแปรงแข็งๆ มีความสูงของขนแปรงที่ต่างระดับกัน เราไม่ควรซื้อให้เด็กเล็กใช้ เพราะจะทำให้เกิดการฉีกขาดของเหงือกและเหงือกร่นได้ เกิดอาการเจ็บในขณะแปรงฟัน จึงทำให้เด็กไม่อยากแปรงฟันไปด้วย

Comments Off on การดูแลรักษาฟันปลอมชนิดถอดได้

การดูแลรักษาฟันปลอมชนิดถอดได้

การดูแลรักษาฟันปลอมชนิดถอดได้

          การดูแลรักษาฟันให้ดี เป็นสิ่งที่เราควรทำเพราะถ้าหากฟันเสีย ฟันหักไปแล้ว ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ ถึงแม้เราจะใส่ฟันปลอมเราก็ควรดูแลรักษาความสะอาดให้ดีด้วย

เช่นกัน นอกจากจะทำให้ฟันปลอมใช้ได่นานแล้ว ยังถือเป็นการรักษาอนามัยในช่องปากได้

อีกด้วย

การดูแลรักษาฟันปลอมเราต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีในการดูแลฟันปลอมกันนะคะ

1.การทำความสะอาดฟันปลอม ทุกครั้งหลังการรับประทานอาหาร เราควรถอดฟันปลอมทำความสะอาด โดยเริ่มจากการใช้แปรงสีฟันแปรงที่ฟันปลอมและฐานของฟันปลอมให้สะอาด และแปรงฟันปลอมให้ทั่วทุกซี่ อาจจะใช้แปรงกับยาสีฟัน หรือแปรงกับน้ำสบู่ก็ได้ แปรงเสร็จแล้วล้างน้ำให้สะอาด แล้วให้แช่น้ำเปล่าไว้เมื่อจะใส่ค่อยนำออกมาจากน้ำเปล่าที่แช่

การแปรงทำความสะอาดฟันปลอมจะช่วยกำจัดเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ในฟันปลอมออก

เพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคหมักหมมอยู่

2. เมื่อเราต้องการที่จะจับฟันปลอม เราไม่ควรใช้มือจับโดยตรง แต่เราควรใช้ผ้าขนหนูรอง เพราะถ้าหากฟันปลอมตกหรือหล่น จะได้อยู่บนผ้าขนหนูเพื่อลดความเสียหาย เพราะฟันปลอมมีความบอบบางมาก และอาจจะทำให้เกิดการแตกหักได้

3. หากเราไม่ได้ใส่ฟันปลอมแล้ว หลังจากถอดออกมาทำความสะอาดแล้ว  ควรหาภาชนะมาใส่น้ำยาแช่ฟัน หรือในน้ำเปล่าเพื่อใช้แช่ฟันปลอมในขณะที่เราถอดอยู่  และไม่ควรใช้น้ำร้อน แช่ฟันปลอม เพราะอาจจะทำให้ฟันปลอมบิด หรือ งอผิดรูปได้ได้ ไม่ควรทิ้งไว้ข้างนอกให้โดนอากาศ เพราะจะทำให้ฐานพลาสติกแห้งของฟันปลอมและบิดงอได้

4. ก่อนการใส่ฟันปลอม เราควรแปรงเหงือก ลิ้น และเพดานปากก่อนใส่ทุกๆเช้า และควรแปรงด้วยแปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่มก่อนที่จะสวมฟันปลอม ซึ่งจะเป็นกาช่วยรกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดคราบแบคทีเรียภายในช่องปาก

5.ถ้าหากฟันปลอมบิ่น งอ หรือหัก ควรรีบนำไปปรึกษาทันตแพทย์ทันที เพื่อให้ทันตแพทย์ทำการแก้ไขให้ ไม่ควรบิด หรือ ด้ดเอง เพราะจะทำให้ฟันปลอมเสิยหายได้

นอกจากนี้ควรถอดฟันปลอมออกมาทำความสะอาดและแช่นำไว้ทุกคืน เพื่อทำให้ฟันปลอมสะอาดแล้ว ช่วยกำจัดปัญหากลิ่นปากได้

Comments Off on เลือกให้เป็น ฟอกสีฟันแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด

เลือกให้เป็น ฟอกสีฟันแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด

เลือกให้เป็น ฟอกสีฟันแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด

              เมื่อเรามีปัญหาฟันเหลือง ฟันเป็นสีเทา จากคราบอาหาร คราบกาแฟที่เรากินเข้าไป เชื่อว่าคงจะทำลายความมั่นใจของเราไปไม่น้อย อาการเหล่านี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการฟอกสีฟัน ซึ่งมีหลากหลายแบบให้คุณได้เลือกทำ วันนี้เรามาดูกันว่าแบบไหนจะเหมาะกับคุณที่สุด

  1. ฟอกสีฟันแบบทันตแพทย์ทำให้

เป็นการเข้าไปรับการฟอกสีฟัน โดยทันตแพทย์จะทาเจลฟอกสีฟันลงบนฟันของเรา จากนั้นจะใช้เลเซอร์ หรือแสงเย็นในการเร่งปฏิกิริยาเจลบนฟันของเรา ใช้เวลารักษาประมาณ 1 ชั่วโมง มีประสิทธิภาพช่วยให้ฟันขาวได้เป็นอย่างดีและสามารถคงสภาพความขาวไว้ได้นานประมาณ 1 ปี ราคาเริ่มต้นที่ 10,000-15,000 บาท ดังนั้น การฟอกสีฟันแบบทันตแพทย์ทำให้ จึงเหมาะกับเกือบทุกปัญหาฟัน และยังสามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็วด้วย

  1. การเคลือบฟันเทียม

การเคลือบฟันเทียม คือการเคลือบผิวฟันด้านหน้าโดยการสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยวัสดุประเภทพลาสติกหรือเซรามิก เพื่อแทนฟันจริงที่มีปัญหา ไม่ว่าจะการสูญเสียผิวฟันบางส่วน ฟันห่าง หันบิดเก รวมทั้งฟันที่มีการเปลี่ยนสีอย่างรุนแรง คล้ำมากซะจนไม่สามารถฟอกสีฟันได้ แพทย์ก็จะแนะนำให้เคลือบฟันเทียมแทน ซึ่งการเคลือบฟันจริงๆ ก็มีหลายประเภท ไม่ว่าจะการเคลือบฟันพลาสติกเรซิน ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท แล้วแต่ขนาดของฟัน แต่ส่วนใหญ่นิยมการเคลือบด้วยเซรามิคมากกว่า เพราะมีสีที่ธรรมชาติและมีการใช้งานทนทานกว่า โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000-9,000 บาท

  1. การฟอกสีฟันเองที่บ้าน

วิธีนี้เป็นการไปซื้อถาดฟอกสีฟันตามร้ายขายยาทั่วไป แล้วมาทำเองที่บ้าน ซึ่งก็ถือว่าสะดวกสบาย และจะใช้ตอนไหนก็สามารถทำเองได้ แม้ว่าผลการรักษาอาจจะไม่ขาวเท่า การฟอกสีฟันที่แพทย์ทำให้ แต่ก็ช่วยให้ขาวขึ้นและยังสามารถทำได้บ่อยด้วย ราคาเริ่มที่ 600 จนถึง 4,000 บาทก็ยังมี การฟอกสีฟันทำเองที่บ้านเหมาะกับคนที่มีสีฟันไม่เหลืองมาก และต้องการความสะดวก หรือบางคนอาจจะได้รับชุดฟอกสีฟันจากทันตแพทย์กลับมาฟอกต่อที่บ้านเองด้วย เพื่อให้คงความขาวของฟันไว้ให้ได้นานๆ

ไม่ว่าคุณจะเลือก การฟอกสีฟันแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณกำลังจะเริ่มดูแลฟัน ดูแลภาพลักษณ์ของคุณเองแล้ว เพราะการมีฟันที่ขาวสะอาดสดใส นอกจากจะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของคุณให้ดีขึ้น ยังสามารถเรียกรอยยิ้มมั่นใจของคุณกลับมาได้ด้วย

 

Comments Off on โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากอะไร

โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากอะไร

โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากอะไร

 

สาเหตุโดยตรงของโรคเหงือกอักเสบนั้นเกิดจากการที่ เราทำความสะอาดช่องปากไม่สะอาดพอ จึงทำให้มีแบคทีเรียหรือ เศษอาหารคิดอยู่ตามซอกเหงือกและฟัน แบคทีเรียเหล่านี้จะทำลายเนื้อเยื่อเหงือก จนทำให้เกิดอาการอักเสบ แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นที่ยังส่งผลให้เหงือกเกิดการอักเสบ ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเหงือกได้แก่

1.การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่นั้นทำให้เกิดคราบต่างๆบนผิวฟัน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย หากมีคราบเกาะตามฟัน เราต้องไปขูดออกเพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อโรคมาทำร้ายผิวเหงือกบริเวณรอบๆฟัน

2.เกิดจากพันธุกรรม  โรคเหงือกบางชนิดอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

3.เกิดจากเพศและช่วงวัย เช่น

-หญิงตั้งครรภ์จะมีเลือดออกตามไรฟันได้ง่าย เพราะเหงือกจะไรต่อการกระตุ้น

-ช่วงวัยรุ่น จะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงเหงือก และสมองในปริมาณมากเพราะฮอร์โมนช่วงนี้จะมีมากทำให้ตอบสนองต่อสิ่งระคายเคืองได้ง่าย

-ช่วงที่มีประจำเดือน ผู้หญิงบางคนในช่วงมีประจำเดือนนี้ อาจจะมีเลือดออกตามไรฟัน

-การใช้ยาคุมกำเหนิด ช่วงที่ใช่อาจเกิดการอักเสบของเหงือก หรือมีเลือดออกตามไรฟันได้

-วัยทอง ช่วงวัยนี้ถือว่าสำคัญมาก นอกจากกระดูกเริ่มพรุนและทำให้ฟันหลุดร่วงง่ายแล้ว เหงือกจะแห้งและเลือดออกง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกและช่องปาก

4.การทานยาบางชนิด การทานยาที่มีความเสี่ยงต่อเหงือกอักเสบ ได้แก่ ยาแก้หวัด ยาแก้โรคซึมเศร้า ยาแก้ชัก

5.เกิดจากการติดเชื่อ การติดเชื้อโรค หรือเชื้อราและแบคทีเรียเช่น เชื้อเริม เชื้อ candida

ทำให้เกิดเหงือกอักเสบได้

6.เกิดจากโรคประจำตัว โรคบางโรคจะมีผลต่อสุขภาพในช่องปากและเหงือก เช่น โรคเบาหวาน มะเร็งเม็ดเลือดขาว และอีกหลายโรค

7.การขาดสารอาหาร การขาดสารอาหารบางตัว หรือขาดวิตามินบางตัว อาจทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ เช่นการขาดวิตามิน บี ซี และแคลเซี่ยม

8.เกิดจากความเครียด   ความเครียดอาจจส่งผลให้เกิดความะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกเพราะเมื่อเครียดก็จะทำให้สูบบุหรี่เพิ่ม และการดูแลสุขภาพปากลดลง

 

การดูแลสุขภาพปากและฟัน ถือเป็นสิ่งสำคัญของทุกช่วงวัยนะคะ ดังนั้นหากเรารู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติกับช่องปากเรา ควรรีบไปพบทันตแพทย์ทันทีนะคะ

Comments Off on การฟอกสีฟันทำได้กี่แบบ

การฟอกสีฟันทำได้กี่แบบ

การฟอกสีฟันทำได้กี่แบบ

        การฟอกสีฟัน ถือเป็นการศัลยกรรมทางทันตกรรมเพื่อความสวยงาม  เพื่อให้ฟันที่มีสีคล้ำๆ หรือฟันเหลือง กลับมาขาวสะอาด สดใส เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ตัวผู้มารับบริการ การฟอกสีฟันมีดังดังนี้

1.การฟอกในคลินิก หรือ In-office Power Bleaching ทันตแพทย์จะเป็นผู้ทำให้เรา โดยใช้สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นสูง โดยการฟอกสีฟันประเภทนี้ทันตแพทย์จะดูแลเราอย่างใกล้ชิด

2.การฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้าน หรือ At-home Bleaching  โดยซื้อชุดฟอกสีฟันไปฟอกเอง จากคลินิกทันตกรรม บางคนอาจซื้อจากเซลล์  โดยจะใช้สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นต่ำ ซึ่งถ้าเราไม่เลือกใช้ชุดฟอกสีฟันที่ได้มาตรฐาน จะทำให้เกิดอันตรายกับเหงือกและฟันของเราได้ ดังนั้นก่อนทำการฟอกสีฟันด้วยตัวเองเราควรจะศึกษาทำความเข้าใจให้ดีก่อน

3.การฟอกสีฟันในคลินิกโดยทันตแพทย์ และฟอกสีฟันที่บ้านด้วยตัวเอง หรือ In-office assisted Bleaching วิธีนี้ใช้สำหรับคนที่มีฟันสีเข้มมาก โดยทันตแพทย์  จะทำการฟอกสีฟันด้วยสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อให้ฟันขาวในระดับนึง หลังจากฟอกสีฟันเสร็จ  ทันตแพทย์จะทำการจัดชุดฟอกสีฟันให้เรามาทำเองที่บ้าน โดยทันตแพทย์จะแนะนำและบอกวิธีใช้ที่ถูกต้องและปลอดภัยให้กับเรา ซึ่งเราควรทำตามอย่างเคร่งครัด เพื่อประสิทธิภาพที่ดีและความปลอดภัยของตัวเราเอง

4.การฟอกฟันด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่หาซื้อเอง หรือ Over-the-counter Bleaching มีขายทั่วไป การฟอกฟันประเภทนี้อันตราย เนื่องจากไม่ได้อยู่ในความดูแลของทันตแพทย์ และอาจจะไม่เห็นผล

5.การฟอกสีฟันที่เซลล์ฟันตายแล้ว หรือ Walking Bleaching  เป็นการฟอกสีฟันเฉพาะซี่ สำหรับฟันที่ได้รับการกระทบกระเทือนจนทำให้เกิดสีคล้ำ เพื่อให้กลับมามีสีขาว หรือ ขาวขึ้นกว่าเดิม

Comments Off on ฟอกสีฟัน ทำให้ฟันขาว จริงหรือ ?

ฟอกสีฟัน ทำให้ฟันขาว จริงหรือ ?

ฟอกสีฟัน ทำให้ฟันขาว จริงหรือ ?

              การทำให้ฟันขาวโดยการฟอกสีฟัน เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่อยากฟันขาว เพราะการฟอกสีฟันนั้นเห็นผลเร็วกว่าวิธีอื่นๆ และแก้ปัญหาได้ตรงจุด แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่กังวลอยู่ว่า “การฟอกสีฟัน ทำให้ฟันขาวได้จริงๆ นะเหรอ?”  วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการฟอกสีฟันมาฝากกัน

วิธีการฟอกสีฟันนั้นแบ่งได้เป็นหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

– การฟอกสีฟันที่คลินิกโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใช้สารไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นสูง (ประมาณ 35%)

–            การฟอกสีฟันด้วยตัวเองที่บ้านด้วยสารไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์เข้มข้นต่ำ (ประมาณ 10%)

-การทำทั้ง 2 แบบข้างต้นควบคู่กัน โดยทำการฟอกด้วยสารที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อให้ฟันขาวขึ้นระดับนึงก่อน จากนั้นทันตแพทย์จะให้กลับไปทำต่อที่บ้านด้วยสารที่มีความเข้มข้นต่ำต่อเนื่องกันไปสักระยะ สีของฟันจะขาวขึ้นได้อีก และความขาวจะอยู่ได้นานขึ้น

–            การใช้สารฟอกสีฟันที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป หาซื้อได้ตามร้านค้าหรืออินเตอร์เน็ต รวมถึงยาสีฟันที่มีส่วนผสมของสารฟอกสีฟันเป็นต้น แต่ผลการฟอกสีฟันด้วยวิธีการนี้ยังไม่เป็นที่สรุปได้ชัดเจนนักว่าทำให้ฟันขาวขึ้นจริง

-การฟอกสีฟัน ในกรณีที่ฟันเปลี่ยนสีเนื่องจากฟันตาย สังเกตง่ายๆ คือจะมีการเปลี่ยนสีของฟันเฉพาะซี่ สามารถทำการฟอกสีฟันเฉพาะซี่นั้นๆ ได้โดยทันตแพทย์

ระยะเวลาในการฟอกสีฟัน

หากเป็นการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้นจะใช้เวลาน้อยกว่าวิธีอื่นๆ มาก เพราะทันตแพทย์จะฟอกสีฟันด้วยน้ำยาที่มีความเข้มข้นสูงร่วมกับการใช้แสงเลเซอร์ในการเร่งปฏิกริยาให้เห็นผลรวดเร็วขึ้น ทำให้สามารถเสร็จเรียบร้อยภายใน 1 ชั่วโมง โดยวิธีอื่นๆ นั้นอาจใช้เวลานานเป็นเดือนถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

หลังการฟอกสีฟันจะทำให้ฟันขาวขึ้นแค่ไหน

การฟอกสีฟันจะช่วยให้ฟันขาวขึ้นระดับหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของสีฟันจะเห็นผลมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยก่อนหน้าเข้ารับการฟอกว่าก่อนหน้านี้ฟันของคุณมีสีของฟันอยู่ที่ระดับใด มีสีหมองคล้ำมากน้อยแค่ไหน หากฟันมีสีคล้ำมาก อาจต้องได้รับการฟอกสีฟันหลายครั้งจึงจะเห็นผลได้ชัด แต่หากในรายที่ฟันหมองคล้ำไม่มากนักจนถึงปานกลาง การฟอกสีฟันเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสีฟันได้

หลังจากฟอกสีฟัน ฟันจะขาวได้นานแค่ไหน

              โดยทั่วไปแล้วสีฟันจะสามารถอยู่ได้ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับโครงสร้างฟันของแต่ละคน และสำคัญที่การดูแลรักษาหลังจากการฟอกสีฟัน โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภค การรับประทานอาหารจำพวกน้ำอัดลมมีสีดำ ชา กาแฟ การสูบบุหรี่ รวมถึงอายุก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสีของฟันด้วยเช่นกัน

คนเรานั้นมีปัจจัยที่ทำให้สีฟันหมองคล้ำต่างกัน  และบางคนมีข้อจำกัดในการฟอกสีฟัน (เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ เหงือกร่น ก็ไม่เหมาะที่จะทำการฟอกสีฟัน) ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจึงควรปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการฟอกสีฟันก่อนที่จะเข้ารับการรักษา เพื่อเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมต่อไป

Comments Off on จัดฟันแฟชั่น..อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

จัดฟันแฟชั่น..อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

จัดฟันแฟชั่น..อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

      ปัจจุบันการจัดฟันนอกจากจะเป็นการรักษาความผิดปกติของฟันแล้ว ยังนับว่าเป็นแฟชั่น

ในหมู่วัยรุ่นอีกด้วย เพราะการจัดฟันจะได้ใส่ยางสี ซึ่งหลายๆคนมองว่าน่ารัก ดังนั้นการจัดจึงเป็นที่นิยมกันมาก แต่การจัดฟันนั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ซึ่งบางคนไม่มีเงินพอที่จะจ่าย

หรือบางคนยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง จึงหันไปจัดฟันแฟชั่นกันแทน โดยการจัดฟันแฟชั่น

จะมีราคาถูกกว่าการจัดฟันโดยทันตแพทย์จริงๆมาก เพราะจะกันเอง ตามร้านเสริมสวย หรือ

ร้านที่ขายอุปกรณ์จัดฟันแฟชั่น หรือทำด้วยตัวเอง ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้จัดฟันนั้น ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ ความปลอดภัยในด้านต่างๆ  ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาว่ามีเด็กสาววัยรุ่นเสียชีวิตจากการจัดฟันแฟชั่นไปแล้วหลายราย ถือว่าเป็นความสวยที่เสี่ยงมาก

อันตรายที่เกิดจากการจัดฟันแฟชั่นได้แก่

1.ลวดจัดฟันที่ใช้จัดฟันแฟชั่นกัน มีลักษณะเป็นลวดสแตนเลตซึ่งมีสารปนเปื้อนหลายชนิดเช่น สารตะกั่ว สารปรอท สารหนู สารโครเมียม ซึ่งล้วนแต่เป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งนั้นซึ่งถ้าสารเหล่านี้เข้าไปสะสมในร่างกายมากๆ หรือเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิด ไตวาย ได้

2.ลวดที่ใช้ในจัดฟัน ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐานเพราะไม่ใช่เครื่องมือของทันแพทย์ เวลาที่เหล็กเกี่ยวปาก หรือทิ่มกระพุ้งแก้มจน เป็นแผล จะทำให้แผลติดเชื้อได้ติดเชื้อและอาจจะทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดได้

3.ยางจัดฟัน ที่ไม่ได้มาตราฐานพอเข้าไปอยู่ในปาก จะทำให้สารเคมีต่างๆที่อยู่ในยาง ค่อยๆหลุดเข้าไปสะสมในร่างกายเราได้

4.อันตรายจากการจัดฟันโดยที่ไม่ใช่ทันตแพทย์เป็นผู้จัด ขั้นตอนการทำไม่ได้มาตราฐานการจัดฟันจากร้านเสริมสวยที่ หรือ จัดเองที่บ้าน อาจมีการฆ่าเชื่ออุปกรณ์ต่างๆไม่สะอาดเพียงพอ

5.อันตรายจากการติดเครื่องมือจัดฟันเอง หรือ ผู้ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ติด กาวที่ใช้เป็นอันตรายติดได้ไม่แน่น อาจทำให้เครื่องมือหลุดเข้าคอ ซึ่งอาจถึงตายได้

6.เปลี่ยนฟันสวยให้เป็นฟันเสีย เพราะเครื่องมือและยางจัดฟันที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการดึงแรงมากเกินไป ส่งผลให้เกิดฟันอาจเบี้ยวได้

7.อาจต้องถอนฟันทิ้ง เพราะการติดตั้งเครื่องมือจัดฟันดึงฟันเองทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของฟันหากฟันมีการขยับมากเกินไป อาจจะทำให้ฟันตายได้

หากต้องการจัดฟันจริงๆควรไปปรึกษาทันตแพทย์นะคะ เพราะเดี๋ยวนี้ที่คลินิกหลายแห่งจะมีระบบผ่อนชำระ ไว้เอื้ออำนวยความสะดวกกับคนที่อยากจัดฟันแต่งบน้อย การจัดฟันจริงถึงจะมีค่าใช้จ่ายสูงแต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์และความปลอดภัยแล้วก็ไม่น่าเสียดายเลยค่ะ

 

Comments Off on รักษาแผลในช่องปาก

รักษาแผลในช่องปาก

รักษาแผลในช่องปาก

     แผลต่างๆที่เกิดขึ้นในช่องปาก ล้วนสร้างความรัคาญใจให้กับผู้ที่เป็นมาก เนื่องจากจะมีอาการเจ็บปวด หรืออาจจะแสบเวลาทานอาหาร หรือลิ้นเผลอไปสัมผัส การรักษาถ้าเราเป็นแผลร้อนในธรรมดาก็สามารถไปซื้อยามาทาได้ แต่ถ้าหากทาแล้วอาการยังไม่มีดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา ถ้าเราไม่อยากเป็นแผลในปาก เราควรดูแลตัวเอง และรักษาความสะอาดในช่องป่องให้ดี ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานผลไม้มากๆ ทานอาหารประเภท โฮลเกรน นม เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และปลา เพราะอาหารประเภทนี้แร่ธาตุวิตามิน ธาตุเหล็ก และสังกะสี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านการติดเชื้อ

นอกจากการเลือกทานอาหารแล้ว ยังมีข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บปวดของแผล ที่อยู่ภายในช่องปากดังต่อไปนี้

1.ปัญหาความเครียด และพักผ่อนไม่เพียงพอ ต้องเครียดให้น้อยลง หรือไม่เครียดเลย ผ่อนคลายมากขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ  เพื่อร่างกายจะได้รักษาระบบภูมิคุ้มกันให้ดี

2.ปัญหาด้านการทานอาหาร เราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดสูง หรืออาหารจัด รสเผ็ดมาก

เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้ระคายเคืองปาก แสบ ร้อน และควรดื่มน้ำที่สะอาดให้เพียงพอ

อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

3.ควรแปรงฟันทุกวันเช้าเย็นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย และทำให้ปากสะอาดมีลมหายใจสดชื่น

4.ใช้น้ำยาบ้วนปากลดอาการเจ็บแผล ลองใช้น้ำยาบ้วนปากทั่วไป ที่มีคุณสมบัติยับยั้งแบคทีเรียซึ่งจะช่วยบรรเทาให้คลายความเจ็บปวดลงได้

5.น้ำมันหอมระเหยช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ ใช้น้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มิ้นต์ทาเพื่อที่แผลด้านในช่องปาก ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บแสบแผลได้

6.ดื่มน้ำเย็น บรรเทาอาการเจ็บแผลได้ ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนทานอาหาร ก็จะช่วยให้แผลร้อนในไม่รู้สึกเจ็บได้

7.ยาอมช่วยได้ อมยาอมที่ประกอบด้วยสารที่ทำให้เย็น หรือ ทำให้เกิดอาการชาภายในช่องปากก็จะช่วยระงับความเจ็บปวดของแผลได้

8.น้ำเกลือช่วยได้ กลั้วปากด้วยเกลือผสมน้ำอุ่น ก็จะช่วยทำให้แผลร้อนในหายเร็วขึ้นได้

9.ดอกคาโมมายด์ช่วยได้ การกลั้วปากด้วยชาดอกคาโมมายล์ สามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบของแผลในช่องปากได้อีกเช่นกัน

การป้องกันการเกิดแผลในช่องปาก ความสะอาดของปากและฟันสำคัญที่สุด ไม่เพียงแต่ต้องแปรงฟันทุกวันเท่านั้น การไปพบทันตแพทย์ก็จำเป็นเช่นกัน บางทีการแปรงฟันของเราอาจไม่ดีพอ ให้ทันตแพทย์ช่วยกำจัดคราบต่างๆไม่พึงประสงค์ออกให้ เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย